ราคาทองคำไม่ได้ขึ้นเป็นเส้นตรง แต่สะท้อนเหตุการณ์เศรษฐกิจโลกและไทยตลอดครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา การเข้าใจภาพใหญ่ในอดีตช่วยให้เรามองแนวโน้มอนาคตได้คมขึ้น
ยุคทองราคาหลักร้อย (ก่อนปี 2540)
ในอดีตทองคำทั้งโลกผูกกับเงินดอลลาร์สหรัฐภายใต้ระบบเบรตตันวูดส์ ราคาทองคำโลกถูกตรึงไว้ที่ราว 35 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จนกระทั่งปี 2514 (ค.ศ. 1971) ประธานาธิบดีนิกสันประกาศยกเลิกการแลกดอลลาร์เป็นทองคำ ทำให้ราคาทองลอยตัวตามกลไกตลาดเป็นครั้งแรก ในประเทศไทยช่วงนั้นทองคำ 1 บาทยังมีราคาเพียงหลักร้อยถึงหลักพันต้น ๆ
วิกฤตต้มยำกุ้งและการลอยตัวค่าเงินบาท (2540)
เมื่อไทยประกาศลอยตัวค่าเงินบาทในเดือนกรกฎาคม 2540 เงินบาทอ่อนค่าลงอย่างรุนแรง เนื่องจากราคาทองในประเทศอ้างอิงราคาทองโลกที่ซื้อขายเป็นดอลลาร์ การที่บาทอ่อนจึงดันราคาทองในรูปเงินบาทให้พุ่งขึ้นทันที คนไทยจำนวนมากในช่วงนั้นได้เรียนรู้ว่าทองคำทำหน้าที่เป็น 'ที่หลบภัย' ของมูลค่าเงินได้จริง
ทศวรรษทองคำขาขึ้น (2544–2554)
หลังเหตุการณ์ 11 กันยายน 2544 วิกฤตซับไพรม์ปี 2551 และนโยบายอัดฉีดเงิน (QE) ของธนาคารกลางทั่วโลก ราคาทองคำโลกปรับขึ้นต่อเนื่องจนทำจุดสูงสุดในปี 2554 ราคาทองไทยข้ามหลักสองหมื่นบาทต่อบาททองเป็นครั้งแรกในยุคนี้
ยุคทำสถิติใหม่ (2563–ปัจจุบัน)
การระบาดของโควิด-19 ภาวะเงินเฟ้อสูงทั่วโลก ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และการที่ธนาคารกลางหลายประเทศเร่งสะสมทองคำสำรอง ผลักให้ราคาทองคำทำสถิติสูงสุดใหม่หลายครั้ง ราคาทองไทยขยับเข้าสู่ระดับหลายหมื่นบาทต่อบาททอง สูงกว่ายุค 2554 อย่างชัดเจน
บทเรียนสำคัญจาก 50 ปี: ระยะสั้นราคาทองผันผวนได้รุนแรง แต่ระยะยาวทองคำรักษามูลค่าและมักปรับขึ้นในช่วงที่ระบบการเงินไม่แน่นอน
อยากเห็นความเคลื่อนไหวรายวันของยุคปัจจุบัน ดูได้ที่หน้าราคาทองย้อนหลังของเรา ซึ่งบันทึกราคาปิดอัตโนมัติทุกวัน